Hi My friend

Thailand

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

อึ้ง!...โดนงูแมวเซากัดจะทำให้ดูเด็กลง



วารสารแลนเซต วารสารทางการแพทย์ชั้นนำของโลกระบุผลวิจัยแสนน่าทึ่งที่ว่า ผู้ที่รอดชีวิตจากการถูกงูแมวเซากัดกว่า 29 เปอร์เซ็นต์ ที่สามารถทนต่อสภาวะการขาดของฮอร์โมนที่สร้างจาก anterior และ/หรือ posterior pituitary ทั้งชายและหญิงจะกลับมาดูเด็กลงได้ ผู้หญิงจะน้ำหนักลด จะมีความต้องการทางเพศเหมือนกลับสู่ภาวะเจริญพันธุ์อีกครั้ง
งูแมวเซานั้นก็เลื่องชื่อในการพ่นพิษปริมาณ เมื่อมันกัดจะทำให้เกิดอาการปวดเฉียบพลัน และเกิดแผลพุพองบริเวณโดยรอบที่ถูกกัด ความดันเลือดจะต่ำลง อัตราการเต้นของหัวใจลดลง เกิดการอาเจียนและในหน้าบวม นอกจากนี้ยีงมีผลให้ไตวาย เกิดอาการตกเลือด และบ่อยครั้งที่จะมีผลต่อต่อมใต้สมอง และต่อมนี้เองที่แม้มีขนาดเล็กเพียงเมล็ดถั่วแต่เป็นต่อมที่ควบคุมฮอร์โมนการเจริญเติบโตและอวัยวะเกี่ยวกับเพศ
สำหรับงูแมวเซานี้พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย งูแมวเซานั้นเป็นงูที่เชื่อง แต่มันจะก้าวร้าวเมื่อถูกอุ้มยกขึ้น เมื่ออยู่ในสภาวะตกใจมันจะขู่ฟ่อเสียงดังที่สุดในบรรดางูทั้งหมด อาศัยอยู่ในหญ้ารก และมักถูกพบตามสวนฟาร์มของคน ส่วนอาหารของมันคือหนู กระรอก จิ้งจก ตุ๊กแก
คำเตือน : งูแมวเซา เป็นงูที่มีพิษต่อผลการแข็งตัวของเลือด มีผลต่อไต ทำให้เกิดอาการไตวาย และเสียชีวิตได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://news.mthai.com
โดย  นางสาว ปริญดา จาดเนือง ม.5/8 เลขที่ 20

ระบบแอดมิชชั่นป่วน!! สอบ O-NET เดือนละครั้ง

วัสดีค่าน้องๆ.... ทุกวันนี้ เห็นน้อง ม.6 วิ่งสอบกันทุกเดือนก็เหนื่อยแทนจะแย่แล้ว แต่จะเป็นอย่างไรถ้าอนาคตเราจะต้องสอบทุกๆ เดือน!!
เด็กดีดอทคอม :: ระบบแอดมิชชั่นป่วน!! สอบ O-NET เดือนละครั้ง


              และการสอบที่พี่มิ้นท์พูดถึง ก็ไม่ใช่ข้อสอบแปลกใหม่หรอกค่ะ แต่เป็น O-NET ที่รู้จักกันดี ซึ่งใช้เป็นสัดส่วนในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปี 2548 และยังใช้วัดคุณภาพของโรงเรียนได้ด้วย แต่เดิมกำหนดสอบแค่ปีละ 1 ครั้ง คือ ช่วงกุมภาพันธ์ของทุกปี แต่ล่าสุด พี่มิ้นท์เห็นข่าวถึงกับตาค้างหายง่วงเลยทีเดียว เพราะ รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ แย๊บออกมาว่าจะให้มีการจัดสอบ O-NET มากกว่า 1 ครั้ง

              โดยแนวคิดดังกล่าว นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวเอาไว้ว่า  "ผมได้สอบถาม สพฐ.ถึงการประเมินผลต่างของนักเรียน เช่น การสอบ O-NETทำไมต้องสอบครั้งเดียว สอบหลายหนได้หรือไม่ เหมือนโทเฟลสอบได้หลายหน ให้ลองไปศึกษาดูว่าจะสามารถสอบเดือนละครั้งได้หรือไม่ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสเลือกคะแนนที่ทำได้ดีที่สุด ไปยื่นเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้" 
              หลังจากนั้น คณะกรรมการบริหาร สทศ.ได้มีการประชุม โดย 1 ในนั้นได้หารือข้อเสนอของ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ที่อยากให้มีการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มากกว่า 1 ครั้งต่อปี โดยเห็นตรงกันว่า สทศ.สามารถดำเนินการได้ แต่จะต้องเร่งให้มีการพัฒนา
คลังข้อสอบที่มีคุณภาพ ให้ข้อสอบแต่ละชุดในแต่ละครั้งมีความยากง่ายเท่าเทียมกัน และวัดผลได้ตามวัตถุประสงค์เดียวกันโดยไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ
     
              ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานบอร์ด สทศ.กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวถือเป็นเรื่องดีและเป็นหน้าที่โดยตรงของ สทศ.ในการพัฒนาการทดสอบเพื่อให้สนองตอบผู้ใช้และสามารถนำผลสอบไปใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม ตนจะทำเรื่องขอเข้าพบ รมว.ศธ.เพื่อหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม
ให้เกิดความเข้าใจตรงกันมากยิ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
             สุดท้ายแล้วเท่ากับว่า การจัดสอบ O-NET มากกว่า 1 ครั้ง หรือถี่ถึง 1 เดือนต่อครั้ง ก็มีความเป็นไปได้ แต่จะช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง... ดังนั้นน้องๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา พี่มิ้นท์ย้ำมาเสมอว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคนี้ เก่งอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ยังต้องพร้อมด้วย!!
โดย นายพงศกร  หรั่งทอง ม.5/8 เลขที่45

Roger Meddows Taylor (Queen)

 
Roger Meddows Taylor was born on Tuesday, July 26, 1949 at West Norfolk and King's Lynn Hospital in King's Lynn, Norfolk. Rogers parents Winifred and Michael Taylor gave Roger the name 'Meddows' which was a family name which had been passed through Taylor's family, and it was subsequently passed on to Roger as a middle name.


Rogers family moved to Truro in Cornwall when Rober was still in primary school. When Roger was about eight years old, he saw his cousin play simple tunes on his guitar and decided that he wanted a guitar too. At first he made do with a ukulele (similar to Brian), on which he taught himself the basic chords. At this stage he considered forming a band.
The band were called the Bubblingover Boys and played skiffle music (a type of folk music with a jazz and blues influence, usually using homemade or improvised instruments such as the washboard, tea-chest bass, kazoo, cigar-box fiddle, or a comb and paper, and so forth). The Bubblingover Boys played just once more, at a Bosvigo School school dance. It was short-lived mainly because none of them were very good. He was awarded a choral scholarship, which Rogert involved joining the Cathedral choir. He didn't like this very much as he never considered himself the choirboy type - but the singing experience would come in useful later.


In 1960, Roger won a place at Truro Public School, one of the best in the area. Although it was a boarding school but as Roger lived nearby he went as a day boy. The joys of playing guitar were fading for Roger, and he found himself more and more drawn to drums and percussion. He started off by bashing upturned saucepans with his mother's knitting needles, using the lids and anything else he could find as cymbals and drums. Roger found some drums, got presents of others and bought a Zildjian crash cymbal for eight shillings and also tom-tom to form a mis-matched drum kit by 1962. During 1963 he and some friends formed a band called 'The Cousin Jacks'. Roger was initially on rhythm guitar but later took over on drums. However, the band split after a year.



In 1965 Roger joined a local band called 'Johnny Quale and the Reactions'. They entered 'The Rock and Rhythm Championship', at Truro City Hall. This event was big and bands from all over Cornwall and Devon were competing. Rogers band came fourth but started them off on the Cornish music circuit. In September 65, Johnny, the lead singer of the band, left the band just before they were booked to play a gig. Roger stepped in as he was the only one left who could sing. They dropped the first part of the band name and became 'Reaction'. Upon entering the '1966 Rock and Rhythm Championships', this time with Roger on lead vocals... they won ! However, 'Reaction' eventually split in mid 1968 and Roger went back to London to attend university. He regularly read the music columns and one day saw an advert looking for a ' Ginger Baker / Mitch Mitchell type drummer ' for a new band. Roger contacted the name on the card the following day and it was a guitarist called Brian May. (You can read the main bio to see what happed when Brian and Roger joined forces...)



As regards Roger after joining Queen, he was the first member of Queen to start a solo career, with the release of 'Fun In Space' in 1981. 3 years later he released 'Strange Frontier'. While still in Queen he formed a new band called 'The Cross' in 1988. The Cross included Spike Edney (Queens Keyboard player from live concerts) and they released their debut album called 'Shove It', in the same year. The Cross released 2 more albums before disbanding. Another single album from Roger was 'Happiness' released in 1994 and the most recent album, 'Electric Fire' released in 1998. Roger has 5 children, Felix Luther, Rory Eleanor, Rufus Tiger, Tiger Lily, Lola May and lives with partner Debbie Leng.
Roger continues to promote Queen along with Brian May and recently started touring again with new singing partner Paul Rodgers.


โดย นางสาว เพชรนารา สนธิ์โพธิ์ ม.5/8

แต่งตัวให้เท่กว่าใคร

หนุ่มๆ บางคนยังไม่รู้ตัวว่า อิทธิพลของสีที่เราเห็น บางทีได้ชักนำความคิด หรือจินตนาการเของราไปแล้ว เช่น เห็นคนใส่สีแดง หมายถึงความร้อนแรง สีน้ำตาลหมายถึงความหนักแน่น สุขุม สีส้ม แสดงถึงความรู้สึกตื่นเต้น สนุกสนาน (แบบเว็บไซต์เด็กดี) เรื่องโทนสีกับการแต่งตัว จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้รูปแบบ หรือทรงเสื้อ การแต่งตัวให้เท่ครั้งนี้ จะให้ความสำคัญของเรื่องของสีเครื่องแต่งกายครับ

เด็กดีดอทคอม :: เลือกสีให้เหมาะในการแต่งตัว

     ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทนสี
     สีถูกแบ่งความแตกต่างออกเป็นสองโทนคือ โทนร้อนและโทนเย็น โดยให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเอามาใช้ในการเลือกสีเครื่องแต่งกาย จะสามารถสื่ออารมณ์ต่างๆ ได้ ดังนั้นการเข้าใจโทนสี จะทำให้หนุ่มๆ เข้าใจหลักการผสมสีที่ลงตัว รวมถึงสามารถสื่ออารณ์ได้ด้วยสีของเครื่องแต่งกายได้

เด็กดีดอทคอม :: เลือกสีให้เหมาะในการแต่งตัว

     สีโทนร้อน สีเหลือง สีน้ำตาล สีแดง สีส้ม สีเหล่านี้ให้ความรู้สึก กระฉับกระเฉง ดุดัน มีพลัง เปล่งประกาย เน้นไปที่พลังในด้านบวกเป็นหลัก หนุ่มที่เลือกใส่สีโทนนี้ จะช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบุคลิกครับ
     สีโทนเย็น สีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เย็นตา เรียบนิ่ง เป็นสีที่ให้ความรู้สึกโตเป็นผู้ใหญ่ การเลือกโทนนี้ จะเพิ่มความสุขุม นุ่มลึก น่าค้นหาให้กับหนุ่มๆ ได้

     การแต่งตัวให้เครื่องแต่งกายมีสีโทนเดียวกัน ช่วยในเรื่องของความกลมกลืน สบายตา ให้ความรู้สึกของภาพที่เห็นออกมาไม่ขัดแย้ง ส่วนหนุ่มที่สนใจการแต่งตัวให้สีตัดกัน แนะนำเป็นเลือกเป็นเสื้อที่สีตัดกัน แทนการเลือกเสื้อกับกางเกงที่มีสีตัดกัน
     อีกกรณีหนึ่งคือ การเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิว หนุ่มบางคนมีความเข้าใจที่ผิดอย่างเช่น เป็นคนผิวเข้ม จึงหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีสด ไปใส่เสื้อผ้าสีโทนหม่น ส่วนหนุ่มผิวขาวกลัวการใส่เสื้อผ้าสีดำ เนื่องจากไม่อยากเด่นเกินไป เลือกสีอ่อนเพราะคิดว่าปลอดภัยไม่โดดเด่น สองตัวอย่างที่กล่าวมาเป็นการเลือกสี ให้เหมาะกับผิวที่ผิด
     หนุ่มผิวคล้ำ สีที่ควรเลี่ยงคือ สีโทนหม่น สีเข้ม สีดำ ที่จะทำให้ยิ่งดูผิวหมอง ขมุกขมัว สีที่เหมาะสมจะเป็นสี เหลือง ฟ้า ชมพู ที่ช่วยให้ผิวพรรณ หน้าตาดูกระจ่างใสขึ้น

เด็กดีดอทคอม :: เลือกสีให้เหมาะในการแต่งตัว

     หนุ่มผิวขาว การเลือกสีโทนอ่อน เหลือง ขาว ชมพู จะทำให้ดูจืดชืด ผิวซีด ไม่น่าสนใจ ควรเลือกสีเขียวเข้ม น้ำตาล กรมท่า สีเปลือกมังคุด จะทำให้ตัดกับสีผิวไม่มาก กำลังพอให้โดดเด่น
     สรุปการเลือกสีของการแต่งกาย คือ แต่งตัวให้เหมาะกับสถานที่ สถานการณ์ กาละเทสะ รวมถึงต้องแต่งตัวเข้ากับตัวหนุ่มๆ ทั้งเรื่องบุคลิก สีผิว รูปร่างหน้าตา ไม่ต้องแต่งตามเทรนด์แฟชั่นมากไป จำเอาไว้ว่าสีเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับคนอื่น ไม่ได้เหมาะกับเราเสมอ

     ให้ภาพลักษณ์โดยรวมเน้นความเรียบร้อย สะอาดสะอ้านเข้าไว้ ไม่ต้องเน้นเครื่องประดับจนดูรุงรังเกินไป เครื่องประดับสำคัญ คือ นาฬิกาข้อมือ เพราะช่วยบ่งบอกอารมณ์การแต่งตัวได้ดี ที่สำคัญในการผสมสีเครื่องแต่งกาย ทุกชิ้นต้องออกมาไม่ขัดตา ขอให้สนุกกับการแต่งตัวนะครับ หนุ่มๆ

credit: http://www.dek-d.com/content/boy/27410/เลือกสีให้เหมาะในการแต่งตัว.php

โดย นายพงศกร  หรั่งทอง ม.5/8 เลขที่ 45

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

การละเล่นไทย


ม้าก้านกล้วย

ม้าก้านกล้วย เป็นของเล่นที่เด็กผู้ชายที่อยู่ในวัยซุกซนชื่นชอบมาก เด็กไทยทั่วไปจะรู้จักการเล่นม้าก้านกล้วยเป็นอย่างดี
วิธีทำม้าก้านกล้วย ทำง่าย เด็กๆสามารถทำเล่นเองได้ ถ้าอยากเล่นม้าก้านกล้วย เด็กๆก็จะถือมีดเข้าไปในสวนหรือที่ทั่วไปตามบริเวณบ้านที่มีต้นกล้วย เพราะหมู่บ้านคนไทยจะปลูกต้นกล้วยไว้แทบทุกหลังคาเรือน
เมื่อเลือกใบกล้วยที่มีความยาวพอเหมาะ ก็จะตัดใบกล้วยมา เอามีดเลาะเอาใบกล้วยออก เหลือไว้ที่ปลายใบเล็กน้อยเพื่อให้เป็นติ๋มม้า ที่ก้านด้านโคนจะมีขนาดใหญ่เกือบเท่าข้อมือของเด็กๆ ด้านนี้เอง เด็กๆจะกะความยาวประมาณหนึ่งคืบ หรือสองคืบ แล้วเอามีดฝานแฉลบด้านข้างของก้านตรงที่กะไว้ฝานบางๆไปทางด้านโคนทั้งสองข้าง เพื่อให้เป็นจู๋ม้า พอได้ขนาดจู๋ยาวตามต้องการแล้วก็เอามือหักก้านมุ๋ยตรงที่กะจะให้เป็นโคนหูม้า ก้านกล้วยก็จะกลายเป็นรูปม้ามีหูม้าชันขึ้นทั้งสองข้าง เสร็จแล้วก็เอาแขนงไม้ใผ่มาเสี้ยมปลายให้แหลม ความยาวประมาณคืบเศษ เสียบหัวม้าที่พับเอาไว้ เสียบทะลุไปที่ก้าน ไม้ที่เสียบก็จะมีลักษณะเหมือนสายบังเหียนที่ผูกปากม้ากับคอม้า เสร็จแล้วก็ทำเชือกกล้วยมาผูกด้านหัวม้าและหมีม้า ทำเป็นสายสะพายบ่า แค่นี้ก็เสร็จ หาแขนงไม้ไผ่มา ๑ อัน ทำเป็นแส้ขี่ม้า ตอนนี้ก็พร้อมที่จะเล่นม้าก้านกล้วยได้แล้ว
การเล่นม้าก้านกล้วยก็แล้วแต่เด็กๆจะคิดเล่น เช่น เล่นควบม้าวิ่งแข่งกันหาคนชนะ ควบม้าจัดกระบวนทัพต่อสู้กัน หาอาวุธตามรั้วคือแขนงไม้ไผ่มาทำเป็นดาบรบกัน หรือจะวิ่งแข่งกันเป็นคู่ๆ หากไม่มีเพื่อนก็ควบเล่นคนเดียวที่ลานบ้านหรือเลี้ยวไปตามป่ากล้ายในสวนก็ได้


รีรีข้าวสาร
ให้ผู้เล่นสองคน ใช้สองมือจับกัน แล้วยกโค้งขึ้นเสมือนซุ้มประตู ผู้เล่นที่เหลือเอามือจับเอวเดินเป็นแถวลอดประตูนั้นไป พร้อมกับร้องว่า "รีรีข้าวสาร สนทนา]]ข้าวเปลือก เด็กน้อยตาเหลือก เลือกท้องใบลาน คดข้าวใส่จาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน พานเอาคนข้างหลังไว้เพียวตัว" เมื่อถึงคำสุดท้าย ซุ้มประตูก็จะลดมือลง กักตัวผู้เล่นที่เดินผ่านมา ผู้เล่นที่ถูกกักตัวจะถูกคัดออก หรืออาจจะถูกลงโทษด้วยการให้รำหรือทำท่าทางอะไรก็ได้



หมากเก็บ
จำนวนผู้เล่น : จำนวนผู้เล่น 2 – 4 คน วิธีเล่น :
ใช้ก้อนกรวดที่มีลักษณะกลมๆ 5 ก้อน เสี่ยงทายว่าใครจะเล่นก่อน โดยวิธีขึ้นร้าน คือ ถือหมาก ทั้งห้าเม็ดไว้แล้วโยนพลิกหงายหลังมือรับ แล้วพลิกมือกลับรับอีกที ใครเหลือหินอยู่ในหินอยู่ในมือมากที่สุด คนนั้นเล่นก่อน มีทั้งหมด 5 หมาก
หมากที่ 1 ทอดหมากให้ห่างๆ กัน เลือกลูกนำไว้ 1 เม็ด ควรใช้เม็ดกรวดที่ห่างที่สุด โยนเม็ดนำขึ้น แล้วเก็บทีละเม็ดพร้อมกับรับลูกนำที่หล่นลงมาให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่า “ตาย” ขณะที่หยิบเม็ดที่ทอดนั้น ถ้ามือไปถูกเม็ดอื่นถือว่า ตาย
หมากที่ 2 เก็บทีละ 2 เม็ด
หมากที่ 3 เก็บทีละ 3 เม็ด
หมากที่ 4 ใช้โปะ ไม่ทอด คือ ถือหมากทั้งหมดไว้ในมือ โยนลูกนำขึ้นแล้วโปะเม็ดที่เหลือลงพื้น แล้วรวมทั้งหมดที่ถือไว้


มอญซ่อนผ้า
ทุกคนนั่งล้อมวงช่วยกันร้องว่า "มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ" มอญจะถ์อผ้าเดินรอบวงแล้วแอบหย่อนผ้า ไว้ข้างหลังผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง หากผู้เล่นคนนั้นรู้ตัวก่อนก็จะหยิบผ้ามาไล่ตีมอญ แล้ววิ่งมานั่งที่เดิม แต่หากว่ามอญเดินกลับมาอีกรอบหนึ่ง แล้วผู้เล่นคนนั้นยังไม่รู้ตัว ก็จะถูกมอญเอาผ้าตีหลัง และต้องเล่นเป็นมอญแทน

  โดย น.ส.ฐตินันท์  สง่าทอง

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

รับตรง 56 มาแล้ว!! คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่

วันนี้มีข่าวดีๆกันจ้า สำหรับเพื่อนที่อยากจะศึกษาต่อที่คณะ วิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ 

เป็นโครงการพิเศษสำหรับน้องๆ 17 จังหวัดภาคเหนือ มี 4 โครงการ รับรวม 150 คน ดังนี้
                                 
   1. โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.)         - คะแนนเฉลี่ยในทุกวิชาในชั้น ม.4-5 ไม่ต่ำกว่า 3.00
         - คะแนนเฉลี่ยวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมีและชีววิทยา ชั้น ม.4-5 ไม่ต่ำกว่า 3.25
         - มีคุณสมบัติตามประกาศของ พสวท.

   2.โครงการเพชรทองกวาว        - คะแนนเฉลี่ยในทุกวิชาในชั้น ม.4-5 ไม่ต่ำกว่า 3.00
        - คะแนนเฉลี่ยวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมีและชีววิทยา ชั้น ม.4-5 ไม่ต่ำกว่า 3.25
        - มีคุณสมบัติตามประกาศของ พสวท.

   3.โครงการรับนักเรียนทุนมูลนิธีวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพื่อชุมชน (วคช.)        - คะแนนเฉลี่ยในทุกวิชาในชั้น ม.4-5 ไม่ต่ำกว่า 3.00
        - คะแนนเฉลี่ยวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมีและชีววิทยา ชั้น ม.4-5 ไม่ต่ำกว่า 3.25
        - มีคุณสมบัติตามประกาศของ พสวท.

   4.โครงการรับเข้าโดยวิธีพิเศษ (วพ.)       - ต้องสมัครรับทุนในโครงการตามข้อ 1 - 3 อย่างน้อย 1 โครงการ
   วิชาที่ใช้สอบ          คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ม.4-5

   กำหนดการ       สมัครสอบ    1 ม.ค. - 15 ก.พ. (ทางเว็บไซต์ www1.science.cmu.ac.th/stdipst)
       ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ        12 มี.ค.
       สอบข้อเขียน                         6 พ.ค.
       ประกาศรายชื่อผู้ผ่านข้อเขียน      25 พ.ค.
       สอบสัมภาษณ์                 9 - 10 มิ.ย.
       ประกาศรายชื่อผ่านสัมภาษณ์       22 มิ.ย.
       รายงานตัว ทำสัญญา                 1 ก.ย.

     อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมแต่ละโครงการ >>คลิกที่นี่<<

     กำหนดการเพิ่มเติม >> คลิกที่นี่<<
     หน้าเว็บหลัก >>คลิกที่นี่<<  หรือ  >>คลิกที่นี่<<

            โครงการแรกที่เปิดมาก็พุ่งเป้าไปที่เด็กเก่งวิทย์-คณิตเลย คนอื่นก็อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะยังไงตลอดปีก็ยังมีประกาศรับตรงของปี 56 มาอีกเพียบแน่นอน

            สำหรับน้องเทพๆ คนไหนพร้อมสมัครก็สมัครได้เลยนะคะ เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว พี่มิ้นท์ขอเชียร์ให้น้องๆ เป็น 1ใน 150 คนครับ^^

โดย นายพงศกร  หรั่งทอง ม.5/8 เลขที่ 45

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555


Valentine's Day
นี่ก็  ใกล้เทศกาลแห่งความรักเข้ามาทุกที พวกเราวัยรุ่นทั้งหลายที่ทั้งมีแฟนและไม่มีแฟนต่งรอคอยของจากแฟนหรือคนที่แอบปลื้มเรามาให้หรือเราแอบปลื้มเขาแล้วเอาไปให้   ส่วนคนที่ไม่มีใครเอามาให้ก็ไม่ต้องนั่งน้ำตาตกในแค่เราซื้อกุหลาบให้ตัวเองก็พอ  T^T
แต่วันนี้วาวมีเทศกาลวาเลนไทม์ของประเทศที่เป็น top hit อยู่ตอนนี้นั่นก็คือ  เกาหลี >///<  และวาวก็
เพิ่งรู้เหมือนกันว่าวันวาเลนไทน์ที่เกาหลีนี่ฝ่ายหญิงจะเป็น ฝ่ายมอบช็อคโกแลตให้กับฝ่ายชาย วาเลนไทน์จึงได้เห็น ภาพผู้ชายถือช็อคโกแลต ผู้หญิงถือดอกไม้อยู่ทั่วไป ถัดไปคือวันที่ 14 มีนาคมฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายมอบช็อคโกแลตกลับคืนให้กับฝ่ายหญิงบ้าง มีชื่อเรียกวันนั้นกันด้วยว่าวัน White Day แล้วก็เพิ่งรู้อีกว่าที่เกาหลีนี่ทุกวันที่ 14 ของแต่ละเดือนจะเป็นวันพิเศษเสมอ  ลองอ่านดูแล้วกันนะว่าทุกเดือนของเขามีการแสดงความรักให้กันแบบไม่ซ้ำกันและยังหวานหยดย้อยแม่ช้อยมารำ     ^ ^++555


14 มกราคม = Diary Day
เป็นวันที่คู่รักจะแลกสมุดไดอารี่เพื่อเขียนบันทึกเรื่องราวความรู้สึกดีทีที่มีต่ออีกฝ่ายตลอดปีนี้
14 กุมภาพันธ์ = Valentine''s Day
เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่เกาหลีจะเหมือนญี่ปุ่นที่ฝ่ายหญิงจะมอบช็อคโกแล็ตหรือของขวัญให้ฝ่ายชาย
14 มีนาคม = White Day
คราวนี้ผู้ชายก็ต้องตอบแทนช็อคโกแล็ตหรือของขวัญให้ฝ่ายหญิงบ้าง
14 เมษายน = Black Day
บ้านเราฉลองสงกรานต์ แต่ที่เกาหลีเป็นวันที่คนโสดและไม่ได้รับของขวัญหรือช็อคโกแลตในวันวาเลนไทน์หรือไวท์เดย์ จะออกมารวมตัวกันรับประทานจาจังมยอน หรือบะหมีราดซอลสีดำกัน อ๊ะๆ แต่คนโสดอย่าพึ่งเสียใจไป บางทีนี่อาจเป็นโอกาสให้เกิดคู่รักคู่ใหม่ก็ได้นะ ประมาณว่านั่งกินก๋วยๆ ที่บอกว่าตัวเองโสด ต่างฝ่ายต่างเห็นก็ว่าโสด แล้วอาจจะปิ๊งกันก็ได้นะจ๊ะ
14 พฤษภาคม = Rose Day
ชื่อก็บอกว่าดอกกุหลาบเพราะงั้นคู่รักจะมอบดอกกุหลาบให้กัน แต่วันนี้มีงานพิเศษอีกงานสำหรับคนโสคค่ะ
คือ...Yellow Day เป็นวันสำหรับหนุ่มโสดหรือสาวโสดที่ไม่ได้กินจาจังมยอนใน Black Day ไปกินแกงกะหรีกันในวันนี้

14 มิถุนายน = Kiss Day
เป็นวันที่คู่รักจะจุมพิตกันเพื่อยืนยันความรักของตน ที่เราจะคิสกะแฟนกลางถนน ที่สถานนีรถไฟที่คนผ่านเยอาะ ประมานว่าประกาศให้ประชาชีรู้ว่าเรารักกัน อะไรทำนองนี้
14 กรกฎาคม = Silver Day
เป็นวันที่คู่รักจะแลกแหวนเงินกันในวันนี้ บางแหล่งยังบอกว่าสำหรับคนโสดเป็น Blue Day วันที่เราจะใส่เสื้อผ้าสีฟ้าแล้วออกไปร่อนให้มันส์ไปเลย
14 สิงหาคม = Green Day
ไม่เกี่ยวกับวงดนตรี หรือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรอกนะคะ แต่จะเป็นวันที่คนโสดจะก๊งโชจูยี่ห้อ โชจูเขียว(Green Soju) ส่วนคนมีคู่ก็จะใส่ชุดสีเขียวเดินเคียงคู่กันในทางเดินที่ปูด้วยไม้
14 กันยายน = Music Day
เป็นวันที่คู่รักจะนำเพลงมาแลกเปลี่ยนกับคนรัก ซึ่งจากแหล่งที่ไปค้นมาบอกว่า Music Day เป็นวันที่ 14 สิงหาคม ส่วนวันที่ 14 กันยาเป็น Photo Day ที่เราจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคนรักในสถานที่ดีๆ แต่บางแหล่งก็บอกว่า เป็นทั้ง Music Day และ Photo Day
14 ตุลาคม = Red Day
เป็นวันที่คนโสดไร้คู่จะไปกินต๊อกโบกี้ หรือขนมแป้งผัดซอสเผ็ดที่ แชคยองเคยหลบชินออกมากินหน้าโรงเรียนกับเพื่อนๆ จุดประสงค์ก็ไม่ต่างจากการกินจาจังมยอนใน Black Day เท่าไหร่
ซึ่งแหล่งข้อมูลบางที่บอกว่าวันนี้คือ Wine Day วันที่คู่รักจะดื่มไวน์กัน ส่วนRed Day จะอยู่ในวันที่ 14 มิถุนายน วันเดียวกับ Kiss Day (ประมาณว่าคนอื่นจูบกันจนปากเจ่อ เราก็กินต๊อกโบกี้เผ็ดๆจนปากเจ่อเหมือนกัน) 555+

11 พฤศจิกายน = Peppero Day
เป็นวันที่เราจะมอบขนมเป็บเปอโร่ให้กับคนที่เราชอบ ซึ่งขนมเป็บเปอโร่ก็คือขนมป็อกกี้แหละค่ะ แต่คนละบริษัท เป็บเปอโร่จะเป็นของบริษัทล็อตเต้ ส่วนป๊อกกี้ของกูกิโกะ ถ้าญี่ปุ่นก็มีป๊อกกี้เดย์วันนี้เหมือนกันและค่ะ แต่ถ้าพูดถึงรสชาตินะคะ ป๊อกกี้ที่ญี่ปุ่นจะเนื้อนิ่ม ร่วนสุด ส่วนเป็บเปอโร่เกาหลีจะแข็งกว่าหน่อยแต่ก็ยังร่วน อร่อยสุดต้องป็อกกี้ของไทยที่เนื้อแข็งกัดแล้วมีเสียงป๊อกๆๆ แต่ถ้าใส่หรือช็อคโกแล็ตที่เคลือบญี่ปุ่นกับเกาหลีสูสีแต่เหนือชั้นกว่าไทยเยอะค่ะ
14 พฤศจิกายน = Orange & Movie Day
เป็นวันที่คู่รักจะจับมือกันพาไปดูหนัง และดื่มน้ำส้มด้วยกัน
14 ธันวาคม = Hug Day
เป็นวันที่เราจะกอดคนที่เรารัก บางแหล่งบอกว่า Hug Day เป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน ส่วนวันนี้เป็น Money Day ที่คู่รักจะจ่ายเงินเต็มที่เพื่อซื้อของให้แฟน


 แต่ในเกาหลีก้มีวันนี้เป็นวันที่ 11.11.11 ว้าวๆๆ เลขสวยมาก!!  ซึ่งในวันที่ 11 พ.ย. ของทุกปีจะเป็นวันแปแปโร  (빼빼로 데이)    วันแปแปโรนี่ก็จะคล้ายๆ กับวันวาเลนไทน์ค่ะ คือมีการมอบของขวัญให้แก่ผู้ที่เรารักทั้งพ่อแม่ เพื่อน พี่น้อง คนรัก ฯลฯ เพื่อแสดงความรู้สึกดีๆ ความห่วงใย ที่มีให้ต่อผู้รับแต่สิ่งที่พิเศษสำหรับวันนี้ก็คือ "การมอบขนมแปแปโร" นั่นเอง



หน้าตาของแปแปโรก็แบบในภาพเลย จริงๆ แล้วแปแปโรก็คือ ป็อกกี้ แบบบ้านเรานั่นเอง



เคยอ่านเจอมาว่า... ต้นกำเนิดของวันแปแปโร เกิดขึ้นเมื่อปี
1994(ปีเกิดซองอึนเลย>_<)
โดยมีกลุ่มเด็กผู้หญิงวัยมัธยมได้สังเกตเห็นเลขวันที่ 11 เดือน 11 เป็นเลขหนึ่งเรียงกันสี่ตัว
ก็เลยถือกำเนิดวันแปแปโรขึ้น (เขาคงเห็นว่าเลขสวยเนอะ)
ไปดูแปแปโรรูปแบบต่างๆ กันดีกว่าค่ะ!!







แบบเป็นเค้กก็มีค่ะ ดูหรูๆ><


แพคของขวัญ ><  ^^



เพื่อนชอบในวัฒนธรรมของชาวเกาหลีได้นะคะเเต่พวกเราก็อย่าลืมวัฒนธรรมไทยของเรานะคะ ^^



                           จัดทำโดย
                    น.ส.ปริญดา  จาดเนือง  ม.5/8  เลขที่ 20 
                                       วิชา  โลกศึกษา

การสอบ TU-GET

วันนี้มีข่าวดีๆจะมาบอกเพื่อนสำหรับการสอบ TU-GET
วัตถุประสงค์
           ข้อสอบ TU-GET เป็นข้อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ
ของผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษา ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หรือผู้ประสงค์จะทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อทราบระดับความสามารถของตนเอง

        การจัดสอบ สำหรับปี 2555 มี 13 ช่วงสอบ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คือ

   ช่วงที่            สมัคร/ชำระเงิน          วันสอบ ค่าสมัครสอบ 500.-
   1/5516 - 30 ธันวาคม 255415 มกราคม 2555   สมัครทาง Online
   2/551 - 15 มกราคม 255529 มกราคม 2555   สมัครทาง Online
   3/551 - 15 กุมภาพันธ์ 255526 กุมภาพันธ์  2555   สมัครทาง Online
   4/551 - 15 มีนาคม 255525 มีนาคม 2555   สมัครทาง Online
   5/551 - 15 เมษายน 255529 เมษายน 2555   สมัครทาง Online
   6/551 - 15 พฤษภาคม 255527 พฤษภาคม  2555   สมัครทาง Online
   7/551 - 15 มิถุนายน 255524 มิถุนายน 2555   สมัครทาง Online
   8/551 - 15 กรกฎาคม 255529 กรกฎาคม  2555   สมัครทาง Online
   9/551 - 15 สิงหาคม 255526 สิงหาคม  2555  สมัครทาง Online
   10/551 - 15 กันยายน 255530 กันยายน  2555  สมัครทาง Online
   11/551 - 15 ตุลาคม 255528 ตุลาคม  2555  สมัครทาง Online
   12/551 - 15 พฤศจิกายน 255525 พฤศจิกายน  2555  สมัครทาง Online
   13/551 - 15 ธันวาคม 255523 ธันวาคม  2555  สมัครทาง Online

การสมัครสอบสำหรับบุคคลทั่วไป (ใช้รหัสบัตรประชาชนในการสมัคร )
           1. สมัครสอบ online ที่ : http://litu.tu.ac.th/TUGET/Login.aspx
           2. พิมพ์ใบแจ้งการชาระเงินและนาไปชาระเงินที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา 
           3. ตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ สถานที่ วัน-เวลาสอบ ทางเว็บไซต์ ก่อนสอบ
1 สัปดาห์ (สถาบันภาษาจะไม่ส่งบัตรประจำตัวสอบให้ท่าน โปรดนำบัตรประชาชน
แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในห้องสอบเพื่อเข้าสอบ)
 นำดินสอ 2B, ปากกา, ยางลบ  
           4. ตรวจสอบคะแนนได้ทางเว็บไซต์ หลังจากวันสอบ 1 สัปดาห์
(สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ ภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์)
            5. ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดตัวเข้าไปในห้องสอบ และไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำระหว่างการสอบ

สำหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ ปริญญาตรี (ใช้รหัสบัตรนักศึกษาในการสมัคร )
           1. สามารถใช้สิทธิ์สอบ  โดยชำระค่าสมัครสอบ 40.-บาท 
ปีละ 1 ครั้ง เฉพาะ ช่วงที่ 5 เดือน พฤษภาคม หรือ 10 เดือน ตุลาคม
           2. ให้สมัครสอบ Online ที่: http://litu.tu.ac.th/TUGET/Login.aspx

           3. พิมพ์ใบแจ้งการชำระเงินและนำไปชำระเงินที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา
           4. นักศึกษาสามารถตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ สถานที่ วัน-เวลาสอบ
ทางเว็บไซต์ ก่อนสอบ 1 สัปดาห์ (สถาบันภาษา ไม่ส่งบัตรประจำตัวสอบให้
ใช้บัตรนักศึกษาเข้าสอบ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในห้องสอบ)
 นำดินสอ 2B, ปากกา, ยางลบ
           5. กรุณาแต่งกายชุดนักศึกษาเข้าสอบถ้าไม่แต่งชุดนักศึกษา
ไม่อนุญาตให้เข้าสอบโดยเด็ดขาด
           6. นักศึกษาสามารถตรวจสอบคะแนน ทางเว็บไซต์ หลังจากสอบ 
1 สัปดาห์ (สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ
ภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์)
            7. ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดตัวเข้าไปในห้องสอบ และไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำระหว่างการสอบ
หมายเหตุ ยกเว้นนักศึกษาปริญญาตรีภาคพิเศษ ภาคบัณฑิตและนักศึกษา SIIT ไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได


สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเลขานุการสถาบันภาษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30-18.30 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
โทร. 0-2623-5134, 08-7972-7755, 0-2613-3101-3 ต่อ 105, 106
โทรสาร 0-2623-5138

หมายเหตุ โอนเงินและสมัครแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงช่วง หรือคืนเงิน
           ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

อ้างอิง: http://litu.tu.ac.th/th2011/Banner/06/Thai/tuget1.php


ใครที่อยากเรียน ธรรมศาสตร์ในหลักสูตร

อินเตอร์ก็มาสอบกันได้นะ แต่อยากมากๆๆ

สู้ๆ จร้า

นาย พงศกร หรั่งทอง 5/8 เลขที่ 45