หน้าเว็บ

Hi My friend

Thailand

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555


Valentine's Day
นี่ก็  ใกล้เทศกาลแห่งความรักเข้ามาทุกที พวกเราวัยรุ่นทั้งหลายที่ทั้งมีแฟนและไม่มีแฟนต่งรอคอยของจากแฟนหรือคนที่แอบปลื้มเรามาให้หรือเราแอบปลื้มเขาแล้วเอาไปให้   ส่วนคนที่ไม่มีใครเอามาให้ก็ไม่ต้องนั่งน้ำตาตกในแค่เราซื้อกุหลาบให้ตัวเองก็พอ  T^T
แต่วันนี้วาวมีเทศกาลวาเลนไทม์ของประเทศที่เป็น top hit อยู่ตอนนี้นั่นก็คือ  เกาหลี >///<  และวาวก็
เพิ่งรู้เหมือนกันว่าวันวาเลนไทน์ที่เกาหลีนี่ฝ่ายหญิงจะเป็น ฝ่ายมอบช็อคโกแลตให้กับฝ่ายชาย วาเลนไทน์จึงได้เห็น ภาพผู้ชายถือช็อคโกแลต ผู้หญิงถือดอกไม้อยู่ทั่วไป ถัดไปคือวันที่ 14 มีนาคมฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายมอบช็อคโกแลตกลับคืนให้กับฝ่ายหญิงบ้าง มีชื่อเรียกวันนั้นกันด้วยว่าวัน White Day แล้วก็เพิ่งรู้อีกว่าที่เกาหลีนี่ทุกวันที่ 14 ของแต่ละเดือนจะเป็นวันพิเศษเสมอ  ลองอ่านดูแล้วกันนะว่าทุกเดือนของเขามีการแสดงความรักให้กันแบบไม่ซ้ำกันและยังหวานหยดย้อยแม่ช้อยมารำ     ^ ^++555


14 มกราคม = Diary Day
เป็นวันที่คู่รักจะแลกสมุดไดอารี่เพื่อเขียนบันทึกเรื่องราวความรู้สึกดีทีที่มีต่ออีกฝ่ายตลอดปีนี้
14 กุมภาพันธ์ = Valentine''s Day
เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่เกาหลีจะเหมือนญี่ปุ่นที่ฝ่ายหญิงจะมอบช็อคโกแล็ตหรือของขวัญให้ฝ่ายชาย
14 มีนาคม = White Day
คราวนี้ผู้ชายก็ต้องตอบแทนช็อคโกแล็ตหรือของขวัญให้ฝ่ายหญิงบ้าง
14 เมษายน = Black Day
บ้านเราฉลองสงกรานต์ แต่ที่เกาหลีเป็นวันที่คนโสดและไม่ได้รับของขวัญหรือช็อคโกแลตในวันวาเลนไทน์หรือไวท์เดย์ จะออกมารวมตัวกันรับประทานจาจังมยอน หรือบะหมีราดซอลสีดำกัน อ๊ะๆ แต่คนโสดอย่าพึ่งเสียใจไป บางทีนี่อาจเป็นโอกาสให้เกิดคู่รักคู่ใหม่ก็ได้นะ ประมาณว่านั่งกินก๋วยๆ ที่บอกว่าตัวเองโสด ต่างฝ่ายต่างเห็นก็ว่าโสด แล้วอาจจะปิ๊งกันก็ได้นะจ๊ะ
14 พฤษภาคม = Rose Day
ชื่อก็บอกว่าดอกกุหลาบเพราะงั้นคู่รักจะมอบดอกกุหลาบให้กัน แต่วันนี้มีงานพิเศษอีกงานสำหรับคนโสคค่ะ
คือ...Yellow Day เป็นวันสำหรับหนุ่มโสดหรือสาวโสดที่ไม่ได้กินจาจังมยอนใน Black Day ไปกินแกงกะหรีกันในวันนี้

14 มิถุนายน = Kiss Day
เป็นวันที่คู่รักจะจุมพิตกันเพื่อยืนยันความรักของตน ที่เราจะคิสกะแฟนกลางถนน ที่สถานนีรถไฟที่คนผ่านเยอาะ ประมานว่าประกาศให้ประชาชีรู้ว่าเรารักกัน อะไรทำนองนี้
14 กรกฎาคม = Silver Day
เป็นวันที่คู่รักจะแลกแหวนเงินกันในวันนี้ บางแหล่งยังบอกว่าสำหรับคนโสดเป็น Blue Day วันที่เราจะใส่เสื้อผ้าสีฟ้าแล้วออกไปร่อนให้มันส์ไปเลย
14 สิงหาคม = Green Day
ไม่เกี่ยวกับวงดนตรี หรือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรอกนะคะ แต่จะเป็นวันที่คนโสดจะก๊งโชจูยี่ห้อ โชจูเขียว(Green Soju) ส่วนคนมีคู่ก็จะใส่ชุดสีเขียวเดินเคียงคู่กันในทางเดินที่ปูด้วยไม้
14 กันยายน = Music Day
เป็นวันที่คู่รักจะนำเพลงมาแลกเปลี่ยนกับคนรัก ซึ่งจากแหล่งที่ไปค้นมาบอกว่า Music Day เป็นวันที่ 14 สิงหาคม ส่วนวันที่ 14 กันยาเป็น Photo Day ที่เราจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคนรักในสถานที่ดีๆ แต่บางแหล่งก็บอกว่า เป็นทั้ง Music Day และ Photo Day
14 ตุลาคม = Red Day
เป็นวันที่คนโสดไร้คู่จะไปกินต๊อกโบกี้ หรือขนมแป้งผัดซอสเผ็ดที่ แชคยองเคยหลบชินออกมากินหน้าโรงเรียนกับเพื่อนๆ จุดประสงค์ก็ไม่ต่างจากการกินจาจังมยอนใน Black Day เท่าไหร่
ซึ่งแหล่งข้อมูลบางที่บอกว่าวันนี้คือ Wine Day วันที่คู่รักจะดื่มไวน์กัน ส่วนRed Day จะอยู่ในวันที่ 14 มิถุนายน วันเดียวกับ Kiss Day (ประมาณว่าคนอื่นจูบกันจนปากเจ่อ เราก็กินต๊อกโบกี้เผ็ดๆจนปากเจ่อเหมือนกัน) 555+

11 พฤศจิกายน = Peppero Day
เป็นวันที่เราจะมอบขนมเป็บเปอโร่ให้กับคนที่เราชอบ ซึ่งขนมเป็บเปอโร่ก็คือขนมป็อกกี้แหละค่ะ แต่คนละบริษัท เป็บเปอโร่จะเป็นของบริษัทล็อตเต้ ส่วนป๊อกกี้ของกูกิโกะ ถ้าญี่ปุ่นก็มีป๊อกกี้เดย์วันนี้เหมือนกันและค่ะ แต่ถ้าพูดถึงรสชาตินะคะ ป๊อกกี้ที่ญี่ปุ่นจะเนื้อนิ่ม ร่วนสุด ส่วนเป็บเปอโร่เกาหลีจะแข็งกว่าหน่อยแต่ก็ยังร่วน อร่อยสุดต้องป็อกกี้ของไทยที่เนื้อแข็งกัดแล้วมีเสียงป๊อกๆๆ แต่ถ้าใส่หรือช็อคโกแล็ตที่เคลือบญี่ปุ่นกับเกาหลีสูสีแต่เหนือชั้นกว่าไทยเยอะค่ะ
14 พฤศจิกายน = Orange & Movie Day
เป็นวันที่คู่รักจะจับมือกันพาไปดูหนัง และดื่มน้ำส้มด้วยกัน
14 ธันวาคม = Hug Day
เป็นวันที่เราจะกอดคนที่เรารัก บางแหล่งบอกว่า Hug Day เป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน ส่วนวันนี้เป็น Money Day ที่คู่รักจะจ่ายเงินเต็มที่เพื่อซื้อของให้แฟน


 แต่ในเกาหลีก้มีวันนี้เป็นวันที่ 11.11.11 ว้าวๆๆ เลขสวยมาก!!  ซึ่งในวันที่ 11 พ.ย. ของทุกปีจะเป็นวันแปแปโร  (빼빼로 데이)    วันแปแปโรนี่ก็จะคล้ายๆ กับวันวาเลนไทน์ค่ะ คือมีการมอบของขวัญให้แก่ผู้ที่เรารักทั้งพ่อแม่ เพื่อน พี่น้อง คนรัก ฯลฯ เพื่อแสดงความรู้สึกดีๆ ความห่วงใย ที่มีให้ต่อผู้รับแต่สิ่งที่พิเศษสำหรับวันนี้ก็คือ "การมอบขนมแปแปโร" นั่นเอง



หน้าตาของแปแปโรก็แบบในภาพเลย จริงๆ แล้วแปแปโรก็คือ ป็อกกี้ แบบบ้านเรานั่นเอง



เคยอ่านเจอมาว่า... ต้นกำเนิดของวันแปแปโร เกิดขึ้นเมื่อปี
1994(ปีเกิดซองอึนเลย>_<)
โดยมีกลุ่มเด็กผู้หญิงวัยมัธยมได้สังเกตเห็นเลขวันที่ 11 เดือน 11 เป็นเลขหนึ่งเรียงกันสี่ตัว
ก็เลยถือกำเนิดวันแปแปโรขึ้น (เขาคงเห็นว่าเลขสวยเนอะ)
ไปดูแปแปโรรูปแบบต่างๆ กันดีกว่าค่ะ!!







แบบเป็นเค้กก็มีค่ะ ดูหรูๆ><


แพคของขวัญ ><  ^^



เพื่อนชอบในวัฒนธรรมของชาวเกาหลีได้นะคะเเต่พวกเราก็อย่าลืมวัฒนธรรมไทยของเรานะคะ ^^



                           จัดทำโดย
                    น.ส.ปริญดา  จาดเนือง  ม.5/8  เลขที่ 20 
                                       วิชา  โลกศึกษา

การสอบ TU-GET

วันนี้มีข่าวดีๆจะมาบอกเพื่อนสำหรับการสอบ TU-GET
วัตถุประสงค์
           ข้อสอบ TU-GET เป็นข้อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ
ของผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษา ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หรือผู้ประสงค์จะทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อทราบระดับความสามารถของตนเอง

        การจัดสอบ สำหรับปี 2555 มี 13 ช่วงสอบ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คือ

   ช่วงที่            สมัคร/ชำระเงิน          วันสอบ ค่าสมัครสอบ 500.-
   1/5516 - 30 ธันวาคม 255415 มกราคม 2555   สมัครทาง Online
   2/551 - 15 มกราคม 255529 มกราคม 2555   สมัครทาง Online
   3/551 - 15 กุมภาพันธ์ 255526 กุมภาพันธ์  2555   สมัครทาง Online
   4/551 - 15 มีนาคม 255525 มีนาคม 2555   สมัครทาง Online
   5/551 - 15 เมษายน 255529 เมษายน 2555   สมัครทาง Online
   6/551 - 15 พฤษภาคม 255527 พฤษภาคม  2555   สมัครทาง Online
   7/551 - 15 มิถุนายน 255524 มิถุนายน 2555   สมัครทาง Online
   8/551 - 15 กรกฎาคม 255529 กรกฎาคม  2555   สมัครทาง Online
   9/551 - 15 สิงหาคม 255526 สิงหาคม  2555  สมัครทาง Online
   10/551 - 15 กันยายน 255530 กันยายน  2555  สมัครทาง Online
   11/551 - 15 ตุลาคม 255528 ตุลาคม  2555  สมัครทาง Online
   12/551 - 15 พฤศจิกายน 255525 พฤศจิกายน  2555  สมัครทาง Online
   13/551 - 15 ธันวาคม 255523 ธันวาคม  2555  สมัครทาง Online

การสมัครสอบสำหรับบุคคลทั่วไป (ใช้รหัสบัตรประชาชนในการสมัคร )
           1. สมัครสอบ online ที่ : http://litu.tu.ac.th/TUGET/Login.aspx
           2. พิมพ์ใบแจ้งการชาระเงินและนาไปชาระเงินที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา 
           3. ตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ สถานที่ วัน-เวลาสอบ ทางเว็บไซต์ ก่อนสอบ
1 สัปดาห์ (สถาบันภาษาจะไม่ส่งบัตรประจำตัวสอบให้ท่าน โปรดนำบัตรประชาชน
แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในห้องสอบเพื่อเข้าสอบ)
 นำดินสอ 2B, ปากกา, ยางลบ  
           4. ตรวจสอบคะแนนได้ทางเว็บไซต์ หลังจากวันสอบ 1 สัปดาห์
(สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ ภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์)
            5. ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดตัวเข้าไปในห้องสอบ และไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำระหว่างการสอบ

สำหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ ปริญญาตรี (ใช้รหัสบัตรนักศึกษาในการสมัคร )
           1. สามารถใช้สิทธิ์สอบ  โดยชำระค่าสมัครสอบ 40.-บาท 
ปีละ 1 ครั้ง เฉพาะ ช่วงที่ 5 เดือน พฤษภาคม หรือ 10 เดือน ตุลาคม
           2. ให้สมัครสอบ Online ที่: http://litu.tu.ac.th/TUGET/Login.aspx

           3. พิมพ์ใบแจ้งการชำระเงินและนำไปชำระเงินที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา
           4. นักศึกษาสามารถตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ สถานที่ วัน-เวลาสอบ
ทางเว็บไซต์ ก่อนสอบ 1 สัปดาห์ (สถาบันภาษา ไม่ส่งบัตรประจำตัวสอบให้
ใช้บัตรนักศึกษาเข้าสอบ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในห้องสอบ)
 นำดินสอ 2B, ปากกา, ยางลบ
           5. กรุณาแต่งกายชุดนักศึกษาเข้าสอบถ้าไม่แต่งชุดนักศึกษา
ไม่อนุญาตให้เข้าสอบโดยเด็ดขาด
           6. นักศึกษาสามารถตรวจสอบคะแนน ทางเว็บไซต์ หลังจากสอบ 
1 สัปดาห์ (สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ
ภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์)
            7. ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดตัวเข้าไปในห้องสอบ และไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำระหว่างการสอบ
หมายเหตุ ยกเว้นนักศึกษาปริญญาตรีภาคพิเศษ ภาคบัณฑิตและนักศึกษา SIIT ไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได


สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเลขานุการสถาบันภาษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30-18.30 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
โทร. 0-2623-5134, 08-7972-7755, 0-2613-3101-3 ต่อ 105, 106
โทรสาร 0-2623-5138

หมายเหตุ โอนเงินและสมัครแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงช่วง หรือคืนเงิน
           ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

อ้างอิง: http://litu.tu.ac.th/th2011/Banner/06/Thai/tuget1.php


ใครที่อยากเรียน ธรรมศาสตร์ในหลักสูตร

อินเตอร์ก็มาสอบกันได้นะ แต่อยากมากๆๆ

สู้ๆ จร้า

นาย พงศกร หรั่งทอง 5/8 เลขที่ 45

พายุสุริยะ

พายุสุริยะ


สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซ่า ได้ออกแถลงการณ์เตือนให้ชาวโลก เตรียมรับมือกับพายุสุริยะที่คาดว่าจะใหญ่ที่สุดในรอบ 7 ปีในสัปดาห์นี้ หลังจากพื้นผิวของดวงอาทิตย์เกิดแรงระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา       โดยพายุดังกล่าวจะส่งคลื่นพายุแม่เหล็กไฟฟ้ามาสู่โลกด้วยความเร็ว 1,400 ไมล์ต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลทำให้กระทบต่อระบบจีพีเอส สื่อสารการบิน ระบบวิทยุ ระบบดาวเทียม และระบบการสื่อสารอื่นๆ บนโลก    อีกทั้งยังจะส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์แสงเหนือขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ในบริเวณต่ำกว่าเส้นศูนย์สูตร ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่มีให้เห็นได้ไม่บ่อยนักด้วย.                                                                                                                            พายุสุริยะ ส่งผลกระทบต่อโลกแค่ไหน?
    หลายคนฟังคำว่า พายุสุริยะ แล้วคงจะรู้สึกกลัวถึงอานุภาพของมัน แต่จริง ๆ แล้ว พายุสุริยะ ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์ทำลายสิ่งปลูกสร้าง หรือทำให้มนุษย์บาดเจ็บล้มตายได้ แต่สิ่งที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เมื่อเกิด พายุสุริยะ ขึ้นก็คือ ระบบที่เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กของโลก ซึ่งเป็นตัวคอยกั้นโลกจากรังสีของดวงอาทิตย์อยู่ เช่น ระบบการสื่อสารคมนาคมทางวิทยุ ระบบการบิน ดาวเทียม ระบบไฟฟ้า ฯลฯ   ทั้งนี้หากสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ได้รับผลกระทบ แน่นอนว่า ย่อมมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไปทั่วลก เช่น เครื่องบินต้องหยุดบินชั่วคราว ดาวเทียมใช้งานไม่ได้ การติดต่อสื่อสารระหว่างกันเกิดปัญหา หรืออาจทำให้หม้อแปลงที่โรงปั่นไฟฟ้าเสียหายได้ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ระบบต่าง ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจาก พายุสุริยะ ก็สามารถเตรียมการป้องกันล่วงหน้า เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดได้ อย่างเช่น หากมีการบินในช่วงเกิดพายุสุริยะ นักบินก็ต้องหลีกเลี่ยงการบินผ่านบริเวณขั้วโลก แต่ให้บินอ้อมไปทางอื่น ที่จะปลอดภัยจากกัมมันตภาพรังสีมากกว่า
               ส่วนนักบินอวกาศ หากนักบินอวกาศออกไปจากสนามแม่เหล็กโลก แล้วเกิดพายุสุริยะขึ้นในช่วงนั้น นักบินอวกาศก็ยังเสี่ยงต่อการได้รับสารกัมมันตภาพรังสี ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ด้วย เช่นเดียวกับโลก ที่เมื่อรังสีต่าง ๆ สะสมอยู่ในโลกมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ร่างกายของมนุษย์ยังจะได้รับรังสีผ่านทางน้ำ อาหาร นำไปสู่โรคชนิดใหม่ขึ้นได้

พายุสุริยะ


 

แสงออรอร่าเกิดจากอนุภาคมากับ พายุสุริยะ 


 ขณะเดียวกัน เมื่อเกิด พายุสุริยะ ขึ้น จะมีการปล่อยมวลจากโคโรนาเข้าปะทะกับสนามแม่เหล็กของโลก และบีบสนามแม่เหล็กให้เข้ามาใกล้ เกิดเป็นอนุภาคที่เรียกว่า "แถบรังสี" เมื่อสนามแม่เหล็กบีบตัวเข้ามา อนุภาคเหล่านี้จะชนกับบรรยากาศของโลก เกิดเป็นแสงเหนือแสงใต้ หรือที่เรียกว่า "ออโรรา" (Aurora) ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ในประเทศแคนาดา แต่หาก พายุสุริยะ แรงมาก แสงออโรราจะส่องลงมาให้เห็นถึงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เลย           พายุสุริยะ ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1989 เป็นพายุสุริยะระดับธรรมดา เกิดขึ้นที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ทำให้ระบบไฟฟ้าทั้งหมดของเมืองดับนานกว่า 9 ชั่วโมง และยังส่งผลกระทบไปถึงทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา และสวีเดนด้วย ดังนั้น จึงมีการทำนายกันว่า พายุสุริยะครั้งใหญ่ที่จะพุ่งเข้าสู่โลก จะเกิดอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.2011-2014 ซึ่งเป็นช่วงครบรอบ 11 ปีของวัฏจักรพอดี แต่ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่แน่นอน และความรุนแรงได้
                                                                                                                             จัดทำโดย 
                                                                                                    น.ส. ปริญดา  จาดเนือง ม.5/8  เลขที่ 20
                                                                                                                     วิชา โลกศึกษา
                                                                           

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

มหัตภัยแผ่นดินยุบ ในเยอรมัน สเปน กัวเตมาลา อเมริกากลาง และส่วนอื่นๆของโลก A world full of holes

หลุมใหญ่ หลุมเล็ก และล้วนน่าเกลียด – หลุมเหล่านี้ทำให้เกิดการจราจรติดขัด และทำความเสียหายต่อผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณที่เกิดเหตุ หลุมยุบมีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดก็เกิดขึ้นที่กลางประเทศเยอรมัน ที่เมือง Schmalkalden
พลเมืองของเมืองเล็กๆที่เงียบสงบใจกลางประเทศเยอรมัน ที่เมือง Schmalkalden ต้องตื่นตกใจเมื่อเช้ามืดของวันจันทร์ที่ผ่านมา เมื่อมีหลุมกว้างเกือบ 100 ฟุต และลึกถึง 70 ฟุตเกิดขึ้นกลางพื้นที่อันเป็นเขตที่อยู่อาศัยของเมือง มีรายงานข่าวว่าไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ



นาย วู๊ฟแกง ปีเตอร์ ผ้พักอาศัยในเมืองกล่าวกับนิตยสารข่าวของเยอรมันชื่อ Der Spiegel ว่า เขาตื่นขึ้นจากการได้ยินเสียงกระหึ่มเมื่อราวตีสาม ครั้งแรกผมได้ยินเสียงน้ำดังสนั่น แล้วตามมาด้วยเสียงที่เหมือนกับรถบรรทุกหลายคุนกำลังเทกรวดทรายลงมา ปีเตอร์กล่าว พร้อมกับเสริมอีกว่า เมื่อเขาออกมาข้างนอกบ้านเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนขอบของหลุมยุบขนาดใหญ่ถัดจากบ้านของเขาไปนั่นเอง

สำนักข่าว AP รายงานข่าวว่า มีคนจำนวน 25 คน และบ้านจำนวน หลังต้องอพยพออกจากที่เกิดเหตุ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังไม่มีการประเมินว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเกิดหลุมยุบครั้งนี้ แต่หลายสำนักข่าวก็คาดว่าจะเกิดจากเหตุทางธรรมชาติ และไม่ใช่เรื่องของการทำเหมืองที่ก่อให้เกิดดินถล่มลงในครั้งนี้

โฆษกของกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเกษตร ที่รัฐ Thuringia ซึ่งครอบคลุมเขตเมือง Schmalkalden กล่าวกับนิตยสารข่าว Der Spiegel ว่า เขตเมืองนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่อยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินเคลื่อนตัว

โฆษกยังอ้างถึงกรณีที่คล้ายกันซึ่งเกิดที่เมือง Tiefenort ที่บ้าน หลังไม่สามารถอยู่อาศัยได้ต่อไป เมื่อเกิดหลุมยุบลึก ฟุตครึ่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่วางแผนที่จะกลบหลุมนี้ด้วยกรวด สำนักข่าว AP รายงาน

รถยนต์ที่เห็นในภาพ จอดอยู่ในโรงรถถัดไปจากบริเวณที่เกิดหลุมยุบในทางตะวันออกของประเทศเยอรมัน ที่เมือง Schmalkalden เมื่อวันที่ พฤศจิกายน 2010 มีผู้คน 25 คนต้องอพยพออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ภาพถ่ายทางอากาศ โชว์หลุมยุบที่เกิดทางภาคตะวันออกของเยอรมัน ที่เมือง Shmalkalden เมื่อ วันที่ 1พฤศจิกายน 2010

ภาพถ่ายทางอากาศ โชว์หลุมยุบที่เกิดตอนเช้ามืดในทางตอนกลางของประเทศเยอรมัน ที่เมือง Shmalkaldenเมื่อวันที่ พฤศจิกายน 2010 หลุมยุบขนาดใหญ่ วัดขนาดได้ 30X40 เมตร (98X131 ฟุตเกิดขึ้นในใจกลางบริเวณที่อยู่อาศัยเมื่อเช้าวันจันทร์ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

หลุมยุบขนาดใหญ่ กลางบริเวณที่พักอาศัย ที่เมือง Schmalkalden
ยุโซนร้อนอากาต้า ได้ทำให้ฝนตกหนักทั่วภาคพื้นอเมริกากลางเมื่อวันอาทิตย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คนในบริเวณนั้น และเป็นเหตุให้ผู้คนกลัวต่อไปว่าจะเกิดโคลนถล่มตามมาใน ประเทศ ในภาพ หลุมที่เกิดจากฝนตกหนักจากพายุโซนร้อนอากาต้า ได้กลืนอย่างน้อยตึกสามชั้นหลังหนึ่ง

หลุมยุบขนาดยักษ์ ที่เกิดจากพายุโซนร้อนอากาต้า ที่กัวเตมาลาซิตี้

หญิงคนหนึ่งกำลังเดินผ่านถนน TF326 ซึ่งส่วนหนึ่งเสียหายหลังจากเกิดพายุขึ้นใกล้ๆกับหมู่บ้าน Palo Blancoที่หมู่เกาะแคนารี ในประเทศสเปน

ชาวเบดูอิน ในประเทศจอร์แดน เดินมาพร้อมกับฝูงปศุสัตว์ ถัดจากหลุมยุบที่เกิดทางฝั่งตอนใต้ของทะเลเดดซี ซึ่งกำลังแห้งเหือดอย่างช้าๆ และอาจจะแห้งสนิทตลอดไปภายใน 50 ปีข้างหน้าหากไม่มีการทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไข ระดับของน้ำลดลงใกล้ๆกับ เมตร (3 ฟุตต่อปี ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า หลุมยุบจะเกิดขึ้นมากขึ้นๆ จากสาเหตุที่ระดับน้ำลดลง

ตำรวจตรวจเช็คพื้นของทางแยกที่เกิดพังลงไป ที่เมือง Hefi จังหวัด Anhui มีแท็กซี่ คัน และมอร์เตอร์ไซด์หลายคันตกลงไปในหลุม รายงานข่าวโดยสื่อท้องถิ่น

                                                                                   เขียนโดย  น.ส. ฐิตินันท์  สง่าทอง




วิกฤตภาวะโลกร้อนในประเทศไทย

วิกฤตภาวะโลกร้อนในประเทศไทย

เมื่อกล่าวถึงฤดูกาลต่างๆ ณ วันนี้ เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากทีเดียว ทั้งฤดูร้อนก็ยาวนานขึ้นและยังส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในหลายพื้นที่ ส่วนฤดูฝนก็ตกจนไม่ลืมหูลืมตาทำให้เกิดน้ำท่วมทั่วทุกภาคของไทย ถ้าจะพูดถึงฤดูหนาวเรียกได้ว่าเด็กๆสมัยนี้แทบจะไม่รู้จักกันเลย เพราะใน 1 ปี มีอากาศหนาวไม่ถึง 2 อาทิตย์ แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเราล่ะ? ลองมาหาคำตอบกันดูดีกว่า

ภาวะโลกร้อนเริ่มมีการพูดถึงกันกว่า 10 ปีมาแล้วแต่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เนื่องจากว่ายังมีไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ ณ วันนี้เกือบทุกประเทศทั่วโลกพร้อมใจกันหันมาให้ความสนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะว่ากำลังเผชิญหน้ากับผลกระทบที่ตามมาของภาวะโลกร้อน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับ 9 ของโลก ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน ข้อมูลการวิจัยเมื่อปี 2543 ระบุว่า คนไทย 1 คนปล่อยก๊าซโลกร้อนมากถึงปีละ 2.18 ส่วนยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ มีส่วนในการสร้างภาวะโลกร้อนคนละ 19.68 ตันต่อปี หากเมื่อพิจารณาตามภาคอุตสาหกรรมสำคัญ พบว่าก๊าซโลกร้อนมาจากกิจกรรมของภาคการผลิตไฟฟ้า 43% ภาคการขนส่ง 32% และภาคอุตสาหกรรม 25%

เป็นที่ทราบเป็นอย่างดีแล้วว่าสาเหตุของอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ เกิดจากปรากฏการณ์เรือนกระจก (green house effects) โดยความหมายของคำนี้ก็คือ ในภาวะปกตินั้นโลกของเราจะมีก๊าซต่างๆ อยู่ในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก แต่จะมีก๊าซกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนหลังคากระจกให้กับโลกตามธรรมชาติ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ คอยป้องกันไม่ให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลกสะท้อนกลับออกไปหมดเพื่อคงความอบอุ่นให้แก่สิ่งมีชีวิต แต่ปัจจุบันชั้นของหลังคากระจกกลับมีความหนาเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากมนุษย์หันไปพึ่งการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ และจากกระบวนการเผาผลาญเชื้อเพลิงนี้เองที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญออกสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้นอุณหภูมิของโลกจึงสูงขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อมูลที่น่าตกใจจากการคาดการณ์ว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2533 - 2643 อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 1.4 -5.8 องศาเซลเซียส สำหรับผลกระทบที่ตามมาไม่เพียงทำให้เกิดความแห้งแล้งเท่านั้นแต่ยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ด้วย


ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวที่ประเทศไทยจะได้รับในอนาคตคือ?

  • ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเนื่องจากการละลายของน้ำแข็งบริเวณขั้วโลก โดยนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นอีก 1 เมตรในอีก 100 ปีข้างหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อชายฝั่งทะเลของไทยทางด้านเศรษฐกิจ เช่น การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้พื้นที่ชายหาดแคบลงและอาจสูญหายไปเลย หรือแม้กระทั่งพื้นที่ป่าชายเลนที่อาจถูกแทนที่ด้วยหาดเลน และถ้ามีการรุกล้ำของน้ำทะเลเข้าสู่พื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้นก็จะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการเกษตรกรรมของไทย
  • จากอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงทำให้มีการระเหยของน้ำบริเวณมหาสมุทร ทะเลสาบ แม่น้ำ และลำธารมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความชื้นเพิ่มขึ้นด้วยจนก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงขึ้น บ่อยครั้งขึ้น และไม่เป็นไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะประเทศไทยที่อยู่ในแนวพัดผ่านของพายุไต้ฝุ่นดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2532 จากพายุเกย์ ทำให้ทางภาคใต้ของไทยได้รับความเสียหายทั้งด้านที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังมีผลทำให้ความหลากหลายในระบบนิเวศน์ลดลงด้วยเช่นกัน และปัญหาการระเหยของน้ำที่มากขึ้นถ้าเกิดในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำน้อยอยู่แล้ว เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวแห้งแล้งจนไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้เลย
  • เมื่อภัยธรรมชาติมีความรุนแรงขึ้นย่อมส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอนามัยของประชากรมากขึ้นไปด้วย ถ้ามองย้อนไปในอดีตปัญหาโรคระบาดเกิดขึ้นจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย ซึ่งตรงข้ามกับปัจจุบันที่มีความเจริญทางด้านการแพทย์มากขึ้นแต่กลับต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโรคระบาดอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะภัยธรรมชาตินั่นเอง เช่น เมื่อเกิดน้ำท่วมก็ทำให้มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคในแหล่งน้ำจนทำให้โรคอหิวาห์กลับมาระบาดอีกครั้ง หรือโรคติดต่อในเขตร้อนที่สำคัญได้แก่ มาลาเรีย ที่อาจเพิ่มการระบาดมากขึ้นไปอีก โดยมีสาเหตุจากการเพิ่มการขยายพันธุ์ของยุงที่เป็นพาหะของโรค
  • พายุหมุนนกเตน

                          พายุหมุนเขตร้อนกำลังแรงนกเตน เป็นพายุหมุนเขตร้อนซึ่งสร้างความเสียหายแก่ตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ เป็นพายุลูกที่แปดที่ได้รับการตั้งชื่อและพายุหมุนเขตร้อนกำลังแรงลูกที่สี่ในฤดูไต้ฝุ่นแปซิฟิก 2554 นกเตน ตั้งตามชื่อนกที่พบในประเทศลาวชนิดหนึ่ง ขึ้นฝั่งแล้ว 3 ครั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 55 คน และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 99 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ



    ประวัติทางอุตุนิยมวิทยา


    เส้นทางของพายุ
    วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 บริเวณความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ระบบค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาทางตะวันตกในอีกหลายวันถัดมา และในวันที่ 24 กรกฎาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) เริ่มเฝ้าติดตามสังเกตระบบดังกล่าวซึ่งเป็นพายุดีเปรสชัน วันรุ่งขึ้นสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ยกระดับหย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวเป็นพายุดีเปรสชัน อีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง สำนักงานด้านบรรยากาศ ภูมิฟิสิกส์ และดาราศาสตร์ของฟิลิปปินส์ (PAGASA) เริ่มเฝ้าติดตามสังเกตระบบดังกล่าวที่เป็นพายุดีเปรสชัน และตั้งชื่อว่า "Juaning" ระบบดังกล่าวเคลื่อนตัวมาทางตะวันตกอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อถึงเที่ยงคืนของวันนั้น JMA ได้ยกระดับระบบดังกล่าวเป็น พายุหมุนเขตร้อน และตั้งชื่อว่า นกเตน
    วันที่ 27 กรกฎาคม JMA รายงานว่า นกเตนยังคงทวีความรุนแรงขึ้นและยกระดับความรุนแรงอีกครั้งเป็นพายุหมุนเขตร้อนกำลังแรง อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา JTWC รายงานว่า นกเตนทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 อย่างรวดเร็ว และเริ่มขึ้นฝั่งทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์และค่อยอ่อนกำลังลง ในวันเดียวกัน JMA รายงานว่า นกเตนพัดออกจากเกาะลูซอนแต่ยังคงมีความรุนแรงเป็นพายุหมุนเขตร้อนกำลังแรงอยู่อย่างไรก็ตาม ชั่วข้ามคืน พายุกลับอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วและ JMA ลดระดับพายุลงเหลือพายุหมุนเขตร้อนกำลังเบาในวันรุ่งขึ้
    วันที่ 29 กรกฎาคม พายุกลับค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งและมุ่งหน้าเข้าสู่ชายฝั่งทางใต้ของจีน และขึ้นฝั่งที่ฉงไห่วันเดียวกัน พายุทวีความรุนแรงขึ้นขณะพัดอยู่เหนือพื้นดินและมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังไหโข่ว เมืองหลวงของมณฑลไหหนาน พายุดังกล่าวอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว และเที่ยงคืนวันนั้น JMA ซึ่งออกประกาศเตือนครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับระบบ ลดความรุนแรงลงเหลือหย่อมความกดอากาศต่ำ
    ก่อตัว24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
    สลายตัว31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
    ความเร็วลม
    สูงสุด
    95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.(10-minute sustained)
    120 กม./ชม. (75 ไมล์/ชม.)(ค่าเฉลี่ย 1-นาที)
    ความกดอากาศต่ำสุด984 ปาสกาล (มิลลิบาร์)
    ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ
    และสูญหาย
    เสียชีวิตมากกว่า 55 คน สูญหาย 26 คน
    ความเสียหาย$99 ล้าน (ปี 2011)
    พื้นที่ได้รับ
    ผลกระทบ
    ฟิลิปปินส์ จีน เวียดนาม ไทย
    ที่มา
    นาย พงศกร หรั่งทอง ม.5/8 เลขที่ 45